Skip to content

สัพพนาม

[๘๑] สัพพนามนั้น แบ่งเป็น ๒ คือ

  • ปุริสสัพพนาม ๑
  • วิเสสนสัพพนาม ๑

ปุริสัพพนาม

ปุริสัพพนามนั้น เป็นศัพท์สำหรับใช้แทนชื่อคนและ สิ่งของที่ออกชื่อมาแล้วข้างต้น เพื่อจะไม่ให้เป็นการซ้ำซาก นับตาม บุรุษที่ท่านจัดไว้ใน อาขยาต เป็น ๓ คือ

  • ต ศัพท์ ๑
  • ตุมฺห ศัพท์ ๑
  • อมฺห ศัพท์ ๑

ต ศัพท์ที่ต้นนั้นเป็น ปฐมปุริส หรือ ประถมบุรุษ ชายที่ ๑ สำหรับออกชื่อคนและสิ่งของ ที่ผู้พูดออกชื่อถึง เช่น คำในภาษาของเราว่า “เขา” เป็นไตรลิงค์ ที่ว่านี้ ประสงค์เอา ต ศัพท์ ที่ท่านใช้แต่ลำพังอย่างเดียว เป็นประถมบุรุษ. ต ศัพท์ที่ท่านประกอบด้วยนามนามที่เป็นประถมบุรุษก็ดี ด้วย ตุมฺห และ อมฺห ศัพท์ก็ดี เป็นวิเสสนสัพพนาม.

ตุมฺห

ตุมฺห ศัพท์ที่ ๒ นั้น เป็น มชฺฌิมปุริส หรือ มัธยมบุรุษ ชายมีในท่ามกลาง สำหรับออกชื่อคนที่ ผู้พูดๆ กับคนใด สำหรับออกชื่อคนนั้น เช่นคำในภาษาของ เราว่า “เจ้า, ท่าน, สู, เอง, มึง” ตามคำสูงและต่ำ แต่ในภาษาบาลีไม่มีคำสูงคำต่ำอย่างนี้ ใช้ ตุมฺห ศัพท์อย่างเดียว ต่างกันแต่มาตราว่าวิภัตติและวจะเท่านั้น.

อมฺห

อมฺห ศัพท์ที่ ๓ นั้น เป็น อุตฺตมปุริส หรือ อุตตมบุรุษ ชายสูงสุด สำหรับใช้ออกชื่อผู้พูด เช่นคำในภาษาของเราว่า “ฉัน, ข้า, กู” ตามคำที่สูงและต่ำ แต่ในภาษาบาลีไม่มีคำสูงคำต่ำอย่างนี้ ใช้ อมฺห ศัพท์อย่างเดียว ต่าง กันแต่สักว่าวิภัตติและวจนะเหมือน ตุมฺห ศัพท์เท่านั้น. ตุมฺห และ อมฺห ศัพท์ทั้ง ๒ นี้ แจกเป็นแบบเดียวกันทั้งปุํลิงค์และอิตถีลิงค์.


วิเสสนสัพพนาม

[๘๒] วิเสสนสัพพนามนั้น คล้ายๆ กับคุณนาม แต่มีวิธีแจกไม่เหมือนคุณนาม แบ่งเป็น ๒ อนิยม นิยม.

  • ศัพท์เหล่านี้ คือ ย, อญฺญ, อญฺญตร. อญฺญตม, ปร, อปร, กตร, กตม, เอก, เอกจฺจ, สพฺพ, กึ, เป็น อนิยม.
  • ต, เอต, อิม, อมุ, เป็น นิยม.

ย ศัพท์นั้น พิจารณาเห็นว่าไม่เป็นอนิยมแท้ทีเดียว เพราะเข้ากับ ตุมฺห อมฺห ศัพท์ก็ได้ แต่เมื่อประสงค์แปล ย ศัพท์ว่า “ใด” แล้ว ก็ดูเหมือน เป็นอนิยมแท้.

วิเสสนสัพพนาม ๒ อย่าง ที่กล่าวมาแล้วนี้ เป็นไตรลิงค์ แจกได้ทั้ง ๓ ลิงค์ ในสัพพนามทั้งปวงไม่มีอาลปนะ.


วิธีแจกปุริสสัพพนาม

ต ศัพท์

[๘๓] ต ศัพท์ ใน ปุํลิงค์ แจกอย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.โสเต
ทุ.ตํ นํเต เน
ต.เตนเตหิ
จ.ตสฺส อสฺสเตสํ เตสานํ เนสํ เนสานํ
ปญฺ.ตสฺส อสฺมา ตมฺหาเตหิ
ฉ.ตสฺส อสฺสเตสํ เตสานํ เนสํ เนสานํ
ส.ตสฺมึ อสฺมึ ตมฺหิเตสุ

วิธีเปลี่ยน วิภัตติ และการันต์

  • ๑. สิ อยู่หลัง เอา ต ที่มิใช่ นปุํ. เป็น ส. อ อยู่หน้า เอา โย ทั้งสอง เป็น เอ, เอา ต เป็น น ได้บ้าง.
  • ๒. ส สฺมา สฺมึ อยู่หลัง เอา ต เป็น อ ได้บ้าง ในลิงค์ทั้งปวง. เอา นํ เป็น สํ เป็น สานํ แล้ว เอา อ ข้างหน้า เป็น เอ.
  • ๓. เอา ต เป็น อ แล้วห้ามมิให้แปลง สฺมา เป็น มฺหา แปลง สฺมึ เป็น มฺหิ.

ต ศัพท์ ใน อิตถีลิงค์ แจกอย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.สาตา
ทุ.ตํ นํตา
ต.ตายตาหิ
จ.ตสฺสา อสฺสา ติสฺสา ติสฺสายตาสํ ตาสานํ
ปญฺ.ตายตาหิ
ฉ.ตสฺสา อสฺสา ติสฺสา ติสฺสายตาสํ ตาสานํ
ส.ตายํ ตสฺสํ อสฺสํ ติสฺสํตาสุ

วิธีเปลี่ยน วิภัตติ และ การันต์

  • ๑. ใน อิตถีลิงค์ เอา อ การันต์ เป็น อา และ ลบ โย ทั้งสองเสีย.
  • ๒. เอา ส เป็น สฺสา เป็น สสาย แล้ว รัสสะ การันต์ ให้เป็น อ บ้าง แปลงเป็น อิ บ้าง.
  • ๓. เอา สฺมึ เป็น สฺสํ แล้ว รัสสะ การันต์ ให้เป็น อ บ้าง แปลงเป็น อิ บ้าง.

ต ศัพท์ใน นปุํสกลิงค์ แจกเหมือน ใน ปุํลิงค์ แปลกแต่

เอก.พหุ.
ป.ตํตานิ
ทุตํ นํตานิ

เท่านั้น.

ต ศัพท์ ที่เป็นประถมบุรุษ

ต ศัพท์ ที่เป็นประถมบุรุษ มิใช่วิเสสนสัพพนามนี้ เห็นว่าตรงกับคำที่เราใช้ในภาษาของเราว่า “ท่าน, เธอ, เขา, มัน” ตามคำสูงและต่ำ จะไม่ต้องแปลว่า “นั้น” เหมือนวิเสสนสัพพนามก็ได้

อุทาหรณ์ ดังนี้

  • อาจริโย มํ นิจฺจเมว โอวทติ อนุสาสติ โส หิ มยฺหํ วุฑฺฒึ อาสึสติ. อาจารย์ ว่ากล่าวอยู่ ตามสั่งสอนอยู่ ซึ่งข้าพเจ้า เป็นนิตย์ทีเดียว เพราะว่าท่านหวังอยู่ ซึ่งความเจริญ แก่ข้าพเจ้า.
  • รญฺโญ ปเสนทิโกสลสฺส มลฺลิกา นาม เทวี พหุนนํ ปิยา อโหสิ, สา หิ เตสํ อุปการ-มหาสิ. นางเทวีของพระราชาปเสนทิโกศล นามว่ามัลลิกา ได้เป็นที่รักของชนทั้งหลายเป็นอันมาก มีแล้ว เพราะว่าเธอ ได้ทำแล้ว ซึ่งอุปการะแก่เขาทั้งหลาย.
  • นามรูปํ อนิจฺจํ ตญฺหิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ. นามรูป ไม่เที่ยง เพราะว่า มันเกิดขึ้นแล้ว ย่อมดับไป.

เพราะคำที่ใช้ในประถมบุรุษในภาษาของเรามาก จะใช้ยืนเป็นแบบเดียวไม่ได้ ครั้นจะใช้ยักเยื้องไปต่างๆ ก็จะพาให้กุลบุตรแรกศึกษาสังเกตยากหรืออย่างไรแล ท่านจึงสอนให้ยกเอานามศัพท์ที่สัพพนามเล็งเอาขึ้นแปลด้วย เหมือนอุทาหรณ์ที่ต้น ต้องแปลว่า “โส อาจริโย อาจารย์นั้น,” ในอุทาหรณ์ที่สองต้องแปลว่า “สา มลฺลิกา นางเทวี นางมัลลิกานั้น,” ในอุทาหรณ์ที่สาม ต้องแปลว่า “ตํ นามรูปํ นามรูปนั้น” ดังนี้.

แต่ที่ยกเอานามศัพท์ขึ้นแปลด้วยนี้ ก็เป็นอุบายที่จะให้ผู้แรกศึกษาเข้าใจความได้ชัด และฉลาดในการที่จะแจกวิภัตติและผูกประโยค เพราะฉะนั้น แปลต่อไปข้างหน้าจะต้องใช้ตามแบบที่เคยใช้มาแต่ก่อน ไม่เปลี่ยนแปลง.

ต ศัพท์ ที่เป็นวิเสสนสัพพนาม

ต ศัพท์ ที่ท่านเขียนไว้กับนามศัพท์ หรือ ตุมฺห อมฺห ศัพท์ เป็นวิเสสนสัพพนาม แปลว่า “นั้น” อุทาหรณ์ว่า

  • อภิญฺญาย โข โส ภควา ธมฺมํ เทเสติ โน [เทเสติ] อนภิญฺญาย. พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ย่อมแสดง ซึ่งธรรม เพื่อความรู้ยิ่งแล ไม่ [แสดง] เพื่อความไม่รู้ยิ่ง.
  • เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา. เทวดานั้น ยืนแล้ว ส่วนข้างหนึ่งแล.
  • น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ, ยํ [กมฺมํ] กตฺวา อนุตปฺปติ. กรรมนั้น อันบุคคลทำแล้ว ให้ประโยชน์สำเร็จได้ หามิได้ [บุคคล] ทำแล้ว ซึ่งกรรมไรเล่า ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง.
  • ตสฺส เต อลาภา. มิใช่ลาภทั้งหลาย ของท่านนั้น.
  • โส โข อหํ ภนฺเต ปิตุ วจนํ สกฺกโรนฺโต ฯ ล ฯ ทิสา นมสฺสามิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้า นั้น แล เมื่อสักการะ ซึ่งคำ ของบิดา ฯลฯ นอบน้อมอยู่ ซึ่งทิศทั้งหลาย ดังนี้.

ตุมฺห ศัพท์

[๘๔] ตุมฺห [ท่าน] ทั้งสองลิงค์ แจกอย่างเดียวกัน อย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.ตฺวํ ตุวํตุมฺเห โว
ทุ.ตํ ตฺวํ ตุวํตุมฺเห โว
ต.ตยา ตฺวยา เตตุมฺเหหิ โว
จ.ตุยฺหํ ตุมฺหํ ตว เตตุมฺหากํ โว
ปญฺ.ตยาตุมฺเหหิ
ฉ.ตุยฺหํ ตุมฺหํ ตว เตตุมฺหากํ โว
ส.ตยิ ตฺวยิตุมฺเหสุ

วิธีเปลี่ยน วิภัตติ และ การันต์

  • ๑. ศัพท์ที่อาเทศผิดจากรูป ตุมฺห ทีเดียว พึงรู้ว่าเอาวิภัตตินั้นๆ กับ ตุมฺห เป็นอย่างนี้.
  • ๒. ตุมฺห อมฺห อยู่หน้า เอา นํ เป็น อากํ.
  • ๓. เต โว มีบทอื่นนำหน้าจึงมีได้.

ตุมฺหํ ที่เป็น จ. ฉ. เอก. โดยสูตรมูลกัจจายนะ ว่า สสฺสํ. และสูตร สัททนีติ ว่า มตนฺตเร สสฺส ว่า อํ.


อมฺห ศัพท์

[๘๕] อมฺห [ข้า] ทั้งสองลิงค์ แจกเป็นแบบเดียวกัน อย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.อหํมยํ โน
ทุ.มํ มมํอมฺเห โน
ต.มยา เมอมฺเหหิ โน
จ.มยฺหํ อมฺหํ มม มมํ เมอมฺหากํ อสฺมากํ โน
ปญฺ.มยาอมฺเหหิ
ฉ.มยฺหํ อมฺหํ มม มมํ เมอมฺหากํ อสฺมากํ โน
ส.มยิอมฺเหสุ

วิธีเปลี่ยน วิภัตติ และ การันต์

  • ๑. เอา อมฺห กับ วิภัตติ นั้น ๆ เป็นรูปนั้น ๆ.
  • ๒. เม โน มีบทอื่นนำหน้าจึงมีได้.

วิธีแจกวิเสสนสัพพนาม นิยมานิยม

[๘๖] ย ศัพท์ [ใด] ในปุํลิงค์ แจกอย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.โยเย
ทุ.ยํเย
ต.เยนเยหิ
จ.ยสฺสเยสํ เยสานํ
ปญฺ.ยสฺมา ยมฺหาเยหิ
ฉ.ยสฺสเยสํ เยสานํ
ส.ยสฺมึ ยมฺหิเยสุ

ศัพท์เหล่านี้ แจกเหมือน ย ศัพท์

อญฺญ - อื่นกตม - คนไหนอญฺญตร,อญฺญตม - คนใดคนหนึ่ง
เอก - คนหนึ่ง, พวกหนึ่งเอกจฺจ - บางคน, บางพวกปร - อื่น
อุภย - ทั้งสองอปร - อื่นอีกสพฺพ - ทั้งปวง
กตร - คนไหน

ย ศัพท์ ในอิตถีลิงค์ แจกอย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.ยายา
ทุ.ยํยา
ต.ยายยาหิ
จ.ยสฺสายาสํ ยาสานํ
ปญฺ.ยายยาหิ
ฉ.ยสฺสายาสํ ยาสานํ
ส.ยสฺสํยาสุ

ย ศัพท์ในนปุํสกลิงค์ แจกเหมือน ปุํลิงค์ แปลกแต่

เอก.พหุ.
ป.ยํยานิ
ทุ.ยํยานิ

เท่านั้น.


กึ ศัพท์

[๘๗] กึ ศัพท์ [ใคร , อะไร] คงเป็นรูป กึ อยู่แต่ใน นปุํ. ป. ทุ. เอก. เท่านั้น. นอกนั้น แปลงเป็น ก แล้วแจกในไตรลิงค์ เหมือน ย ศัพท์

กึ ศัพท์ที่แจกด้วยวิภัตติในไตรลิงค์นี้ มี จิ อยู่ท้ายศัพท์ แปลว่า “น้อย” บ้าง “บางคน หรือ บางสิ่ง” บ้าง เป็นคำให้ว่าซ้ำสอนหน เหมือนในภาษาของเราเขียนรูป “ๆ” ดังนี้บ้าง อุ. ว่า

  • “โกจิ. ชายบางคน หรือ ใคร ๆ ”
  • “กาจิ อิตฺถี. หญิงบางคน หรือ หญิงไร ๆ”
  • “กิญฺจิ วตฺถุ. ของน้อยหนึ่ง หรือของบางสิ่ง”

ถ้าเป็นพหุวจนะ แปลว่า “บางพวก หรือ บางเหล่า” อุ. ว่า

  • เกจิ ชนา. ชน ทั้งหลายบางพวก
  • กาจิ อิตฺถี. หญิงทั้งหลายบางพวก
  • กานิจิ กุลานิ. ตระกูลทั้งหลายบางเหล่า

ถ้ามี ย นำหน้า มี จิ อยู่หลัง แปลว่า “คนใดคนหนึ่ง หรือ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง” อุ. ว่า

  • โย โกจิ เทโว วา มนุสฺโส วา. เทวดาหรือ หรือมนุษย์ คนใดคนหนึ่ง.
  • ยา กาจิ เวทนา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนา เวทนา. อย่างใดอย่างหนึ่ง ล่วงแล้วหรือยัง ไม่มาหรือเกิดขึ้นเฉพาะแล้ว.
  • ยงฺกิญฺจิ วิตฺตํ อิธ วา หุรํ วา. ทรัพย์เครื่องปลื้มใจ อันใดอันหนึ่ง ในโลกนี้หรือ หรือในโลกอื่น.

ทั้ง ย ทั้ง ก นี้ แจกด้วยวิภัตติใดๆ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นรูป วิภัตตินั้นๆ แล้วเอา จิ ไว้ท้ายศัพท์ เหมือนดังนี้

เอก.พหุ.
ป. ทุ.ยงฺกิญฺจิเย เกจิ
ต.เยน เกนจิเยหิ เกหิจิ
จ.ยสฺส กสฺสจิเยสํ เกสญฺจิ

เป็นต้น.

กึ ศัพท์ที่เป็นคำถามแปลว่า “หรือ” เหมือนคำว่า “กึ ปเนตํ อาวุโส ปฏิรูปํ ดูก่อนอาวุโส ก็ อันนั้น สมควร หรือ.” บางทีในคำถามไม่มี กึ ก็มี ใช้แต่หางเสียงที่กิริยา เหมือนในภาษาอังกฤษ อุ. ว่า

  • “อุตฺถิ ปนายสฺมโต โกจิ เวยฺยาวจฺจกโร. ก็ ใครๆ ผู้เป็นไวยาวัจกร [ทำซึ่งกรรมของผู้ขวนขาย] ของท่านผู้มีอายุ มี (หรือ) ?”

กึ ศัพท์ที่เป็นคำถามถึงเหตุที่เป็น แปลว่า “ทำไม” อุ. ว่า

  • “กึ ปาลิต ปมชฺชสิ. ดูก่อนปาลิต ทำไม [ท่าน] ประมาทอยู่.”

เอต ศัพท์

[๘๘] เอต ศัพท์ [นั่น] ในปุํลิงค์ แจกอย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.เอกโสเอเต
ทุ.เอตํ เอนํเอเต
ต.เอเตนเอเตหิ
จ.เอตสฺส เอเตสํเอเตสานํ
ปญฺ.เอตสฺมา เอตมฺหาเอเตหิ
ฉ.เอตสฺส เอเตสํเอเตสานํ
ส.เอตฺสฺมึ เอตมฺหิเอเตสุ

เอต ศัพท์ ในอิตถีลิงค์ แจกอย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.เอสาเอตา
ทุ.เอตํ เอนํเอตา
ต.เอตายเอตาหิ
จ.เอตสฺสา เอติสฺสา เอติสฺสายเอตาสํ เอตาสานํ
ปญฺ.เอตายเอตาหิ
ฉ.เอตสฺสา เอติสฺสา เอติสฺสายเอตาสํ เอตาสานํ
ส.เอตสฺสํ เอติสฺสํเอตาสุ

เอต ศัพท์ ในนปุํสกลิงค์ แจกเหมือนในปุํลิงค์ แปลกแต่

เอก.พหุ.
ป.เอตํเอตานิ
ทุ.เอตํ เอนํเอตานิ

เท่านั้น.


อิม ศัพท์

[๘๙] อิม ศัพท์ [นี้] ในปุํลิงค์ แจกอย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.อยํอิเม
ทุ.อิมํอิเม
ต.อิมินา อเนนอิเมหิ
จ.อิมสฺส อสฺสอิเมสํ อิเมสานํ
ปญฺ.อิมสฺมา อิมมฺหา อสฺมาอิเมหิ
ฉ.อิมสฺส อสฺสอิเมสํ อิเมสานํ
ส.อิมสฺมึ อิมมฺหิ อสฺมึอิเมสุ

วิธีเปลี่ยน วิภัตติ และ การันต์

  • ๑ เอา อิม ใน ปุํ. อิตฺ. กับ สิ เป็น อยํ.
  • ๒ นา อยู่หลัง เอา สระ อ ที่สุดแห่ง อิม เป็น อิ, อีกอย่างหนึ่ง เอา อิม เป็น อน แล้วเอา นา เป็น เอน.
  • ๓ ส สฺมา สฺมึ อยู่หลัง เอา อิม เป็น อ ได้บ้าง.

อิม ศัพท์ ในอิตถีลิงค์ แจกอย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.อยํอิมา
ทุ.อิมํอิมา
ต.อิมายอิมาหิ
จ.อิมิสฺสา อิมิสฺสาย อสฺสาอิมาสํ อิมาสานํ
ปญฺ.อิมายอิมาหิ
ฉ.อิมิสฺสา อิมิสฺสาย อสฺสาอิมาสํ อิมาสานํ
ส.อิมิสฺสํ อสฺสํอิมาสุ

อิม ศัพท์ ใน นปุํ. แจกเหมือนใน ปุํ. แปลกแต่

เอก.พหุ.
ป.อิทํอิมานิ
ทุ.อิทํ อิมํอิมานิ

เท่านั้น. ที่เป็น อิทํ นั้น ใน นปุํ. เอา อิม กับ สิ หรือ อํ เป็น อิทํ.


อมุ ศัพท์

[๙๐] อมุ ศัพท์ [โน้น] ใน ปุํลิงค์ แจกอย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.อมุอมู
ทุ.อมุํอมู
ต.อมุนาอมูหิ
จ.อมุสฺส อมุโนอมูสํ อมูสานํ
ปญฺ.อมุสฺมา อมุมฺหาอมูหิ
ฉ.อมุสฺส อมุโนอมูสํ อมูสานํ
ส.อมุสฺมึ อมุมฺหิอมูสุ

อมุ ศัพท์ ในอิตถีลิงค์ แจกอย่างนี้

เอก.พหุ.
ป.อมุอมู
ทุ.อมุํอมู
ต.อมุยาอมูหิ
จ.อมุสฺสาอมูสํ อมูสานํ
ปญฺ.อมุยาอมูหิ
ฉ.อมุสฺสาอมูสํ อมูสานํ
ส.อมุสฺสํอมูสุ

อมุ ศัพท์ ใน นปุํสกลิงค์ แจกเหมือนใน ปุํลิงค์ แปลกแต่

เอก.พหุ.
ป. ทุ.อทุํอมูนิ

เท่านั้น. ที่เป็น อทุํ นั้น ใน นปุํ. เอา อมุ กับ สิ หรือ อํ เป็น อทุํ.

— จบนามแต่เท่านี้.