Skip to content

พหุพพิหิสมาส

พหุพพิหิสมาส

[ ๑๐๐ ] สมาสอย่างหนึ่ง มีบทอื่นเป็นประธาน ชื่อพหุพพิหิๆ มี ๖ อย่างตามวิภัตติ คือ

  • ทุติยาพหุพพิหิ
  • ตติยาพหุพพิหิ
  • จตุตถีพหุพพิหิ
  • ปัญจมีพหุพพิหิ
  • ฉัฏฐีพหุพพิหิ
  • สัตตมีพหุพพิหิ

ทุติยาพหุพพิหิ

ทุติยาพหุพพิหิ เอาบทที่เป็นทุติยาวิภัตติในวิเคราะห์เป็นประธานแห่งบทสมาส อย่างนี้

ตัวอย่างคำแปล
อาคตา สมณา ยํ โส อาคตสมโณ อาราโม.สมณะ ท. มาแล้ว สู่อารามใด อาราม นั้น ชื่อว่ามีสมณะมาแล้ว.
รุฬฺหา ลตา ยํ โส รุฬฺหลโต รุกฺโข.เครือวัลย์ ขึ้นแล้ว ๑ สู่ต้นไม้ใด ต้นไม้ นั้น ชื่อว่ามีเครือวัลย์ขึ้นแล้ว.
สมฺปตฺตา ภิกฺขู ยํ โส สมฺปตฺตภิกขุ อาวาโส.ภิกษุ ท. ถึงพร้อมแล้ว ซึ่งอาวาสใด อาวาส นั้น ชื่อว่ามีภิกษุถึงพร้อมแล้ว.

ตติยาพหุพพิหิ

ตติยาพหุพพิหิ เอาบทที่เป็นตติยาวิภัตติในวิเคราะห์เป็นประธานแห่งบทสมาส อย่างนี้

ตัวอย่างคำแปล
ชิตานิ อินฺทฺริยานิ เยน โส ชิตินฺทฺริโย สมโณ.อินทรีย์ ท. อันสมณะใด ชนะแล้ว สมณะนั้น ชื่อว่ามีอินทรีย์อันชนะแล้ว.
กตํ ปุญฺญํ เยน โส กตปุญฺโญ ปุริโส.บุญ อันบุรุษใด ทำแล้ว บุรุษนั้น ชื่อว่ามีบุญอันทำแล้ว.
อาหิโต อคฺคิ เยน โส อาหิตคฺคิ พฺราหฺมโณ.ไฟ อันพราหมณ์ใด บูชาแล้ว พราหมณ์นั้น ชื่อว่ามีไฟอันบูชาแล้ว.

อีกอย่างหนึ่ง บทวิเสสนะอยู่หลัง อย่างนี้บ้าง

  • อคฺคิ อาหิโห เยน โส อคฺยาหิโต พฺราหฺมโณ. [ แปลเหมือนแบบก่อน ].
  • วิสํ ปีตํ เยน โส วิสปีโต สโร. ยาพิษ อันลูกศรใดดื่มแล้ว ลูกศรนั้น ชื่อว่ามียาพิษอันดื่มแล้ว.

จตุตถีพหุพพิหิ

จตุตถีพหุพพิหิ เอาบทที่เป็นจตุตถีวิภัตติ ในวิเคราะห์เป็นประธานแห่งบทสมาส อย่างนี้

ตัวอย่างคำแปล
ทินฺโน สุงฺโก ยสฺส โส ทินฺนสุงฺโก ราชา.ส่วย [ นาคเรหิ อันชาวเมือง ท.] ถวายแล้ว แด่พระราชาใด พระราชา นั้น ชื่อว่า มีส่วยอันชาวเมือง ท. ถวายแล้ว.
กตํ ทณฺฑกมฺมํ ยสฺส โส กตทณฺฑกมฺโม สิสฺโส.ทัณฑกรรม [ อันอาจารย์ ] ทำแล้ว แก่ศิษย์ใด ศิษย์ นั้น ชื่อว่ามีทัณฑกรรม อันอาจารย์ทำแล้ว.
สญฺชาโต สํเวโค ยสฺส โส สญฺชาตสํเวโค ชโน.ความสังเวช เกิดพร้อมแล้ว แก่ชนใด ชน นั้น ชื่อว่ามีความสังเวช เกิดพร้อมแล้ว.

ปัญจมีพหุพพิหิ

ปัญจมีพหุพพิหิ เอาบทที่เป็นปัญจมีวิภัตติในวิเคราะห์ เป็นประธานแห่งบทสมาส อย่างนี้

ตัวอย่างคำแปล
นิคฺคตา ชนา ยสฺมา โส นิคฺคตชโน คาโม.ชน ท. ออกไปแล้ว จากบ้านใด บ้าน นั้น ชื่อว่ามีชนออกไปแล้ว.
ปติตานิ ผลานิ ยสฺมา โส ปติตผโล รุกฺโข.ผล ท. หล่นแล้ว จากต้นไม้ใด ต้นไม้ นั้น ชื่อว่ามีผลหล่นแล้ว.
วีโต ราโค ยสฺมา โส วีตราโค ภิกฺขุ.ราคะ ไปปราศแล้ว จากภิกษุใด ภิกษุ นั้น ชื่อว่ามีราคะไปปราศแล้ว.

ฉัฏฐีพหุพพิหิ

ฉัฏฐีพหุพพิหิ เอาบทที่เป็นฉัฏฐีวิภัตติในวิเคราะห์เป็นประธานแห่งบทสมาส อย่างนี้

ตัวอย่างคำแปล
ขีณา อาสวา ยสฺส โส ขีณาสโว ภิกฺขุ.อาสวะ ท. ของภิกษุใด สิ้นแล้ว ภิกษุ นั้น ชื่อว่ามีอาสวะสิ้นแล้ว.
สนฺตํ จิตฺตํ ยสฺส โส สนฺตจิตฺโต ภิกฺขุ.จิต ของภิกษุใด ระงับแล้ว ภิกษุ นั้น ชื่อว่ามีจิตระงับแล้ว.
ฉินฺนา หตฺถา ยสฺส โส ฉินฺนหตฺโถ ปุริโส.มือ ท. ของบุรุษใด ขาดแล้ว บุรุษ นั้น ชื่อว่ามีมือขาดแล้ว.

อีกอย่างหนึ่ง บทวิเสสนะอยู่หลัง อย่างนี้บ้าง หตฺถา ฉนฺนา ยสฺส โส หตฺถจฺฉินฺโน ปุริโส [ แปลเหมือนบทก่อน ].

ฉัฏฐีอุปมาพหุพพิหิ อย่างนี้
ตัวอย่างคำแปล
สุวณฺณสฺส วณฺโณ อิว วณฺโณ ยสฺส โส สุวณฺณวณฺโณ ภควา.วรรณของพระผู้มีพระภาคใด เพียงดังวรรณแห่งทอง พระผู้มีพระภาคนั้น ชื่อว่ามีวรรณเพียงดังวรรณแห่งทอง.
พฺรหฺมุโน สโร อิว สโร ยสฺส โส พฺรหฺมสฺสโร ภควา.เสียงของพระผู้มีพระภาคใด เพียงดังเสียงแห่งพรหม พระผู้มีพระภาคนั้น ชื่อว่ามีเสียงดังเสียงแห่งพรหม.

สัตตมีพหุพพิหิ

สัตตมีพหุพพิหิ เอาบทที่เป็นสัตตมีวิภัตติในวิเคราะห์เป็นประธานแห่งบทสมาส อย่างนี้

ตัวอย่างคำแปล
สมฺปนฺนานิ สสฺสานิ ยสฺมึ โส สมปนฺนสสฺโส ชนปโท.ข้าวกล้า ท. ในชนบทใด ถึงพร้อมแล้ว ชนบทนั้น ชื่อว่ามีข้าว กล้าถึงพร้อมแล้ว.
พหู นทิโย ยสฺมึ โส พหุนทิโก ชนปโท.แม่น้ำ ท. ในชนบทใด มาก ชนบทนั้น ชื่อว่ามีแม่น้ำมาก.
ฐิตา สิริ ยสฺมึ โส ฐิตสิริ ชโน.ศรี ตั้งอยู่ในชนใด ชนนั้น ชื่อว่ามีศรีตั้งอยู่.

ในวิเคราะห์แห่งสมาสทั้งหลายเหล่านี้ บทประธานและบทวิเสสนะมีวิภัตติและลิงค์เสมอกัน แปลกแต่บทสัพพนาม ที่เป็นประธานแห่งบทสมาส ท่านจึงเรียกสมาสทั้งหลายเหล่านี้ว่า ตุลยาธิกรณพหุพพิหิ.


น บุพพบทพหุพพิหิ

พหุพพิหิที่แสดงมาแล้วเหล่านี้ มีเนื้อความไม่ปฏิเสธ พหุพพิหิที่มีเนื้อความปฏิเสธ มีวิเคราะห์อย่างนี้.

ตัวอย่างคำแปล
นตฺถิ ตสฺส สโม-ติ อสโม.ผู้เสมอ ไม่มี แก่ท่าน [ ตสฺส ภควโต แก่พระผู้มีพระภาคนั้น ] เหตุนั้น [ โส ท่าน ] ชื่อว่ามีผู้เสมอ หามิได้ หรือไม่มีผู้เสมอ.
นตฺถิ ตสฺส ปฏิปุคฺคโล-ติ อปฺปฏิปุคฺคโล.บุคคลเปรียบ ไม่มี แก่ท่าน เหตุนั้น [ ท่าน ] ชื่อว่ามีบุคคลเปรียบหามิได้ หรือ ไม่มีบุคคลเปรียบ.
นตฺถิ ตสฺส ปุตฺตา-ติ อปุตฺตโก บุตร ท.ของเขา [ ตสฺส ชนสฺส ของชนนั้น ] ไม่มี เหตุนั้น [ โส เขา ] ชื่อว่ามีบุตรหามิได้ หรือไม่มีบุตร.

น บุพพบทพหุพพิหินี้ ในแบบเล่าเรียนท่านสอนให้แปลว่า “มี …ไม่มี” เหมือนศัพท์ว่า อสโม แปลว่า “มีผู้เสมอไม่มี” เพื่อจะไม่ให้เสียรูปสมาส แต่เห็นว่าผู้ศึกษาจะเข้าใจได้ยาก เพราะไม่มีโวหารใช้ในภาษาของเรา นอกจากแบบเรียน ข้าพเจ้าจึงคิดเปลี่ยนเสียว่า “มี… หามิได้” พอไม่ให้เสียรูปสมาส ถ้าจะต้องการแต่ความอย่างเดียว ไม่เอื้อเฟื้อต่อรูปสมาส ก็ต้องแปลว่า “ไม่มี ” เท่านั้นเอง.

ข้าพเจ้าแปลไว้ทั้ง ๒ อย่างนั้น ด้วยเห็นว่าวิธีแปลหนังสือ มี ๒

  • แปลตามพยัญชนะอย่าง ๑
  • แปลตามความอย่าง ๑

แปลตามพยัญชนะนั้น ควรใช้ในแบบเล่าเรียน เป็นที่ให้ผู้ศึกษาสังเกตง่ายกว่า แปลตามความทีเดียว แปลตามความนั้น ควรใช้ในการแปลหนังสืออื่นๆ นอกจากแบบเล่าเรียน ผู้อ่านผู้ฟังจะได้เข้าใจความได้ง่ายๆ ผู้ศึกษาควรจะเข้าใจวิธีแปลหนังสือ ๒ อย่างนี้.


ภินนาธิกรณพหุพพิหิ

ในวิเคราะห์แห่งสมาสใด บททั้งหลายมีวิภัตติต่างกัน ท่านเรียกสมาสนั้นว่า ภินนาธิกรณพหุพพิหิ อุทาหรณ์อย่างนี้

ตัวอย่างคำแปล
เอกรตฺตึ วาโส อสฺสา ติ เอกรตฺติวาโส.ความอยู่ ของเขา [ อสฺส ชนสฺส ของชนนั้น ] สิ้นคืนเดียว เหตุนั้น [ โส เขา ] ชื่อว่ามีความอยู่สิ้นคืนเดียว.
อุรสิ โลมานิ ยสฺส โส อุรสิโลโม.พฺราหฺมโณ ขน ท. ที่อก ของพราหมณ์ใด [อตฺถิ มีอยู่ ] พราหมณ์นั้น ชื่อว่ามีขนที่อก.
อสิ หตฺเถ ยสฺส โส อสิหตฺโถ.โยโธ ดาบ [ มี ] ในมือ ๒ของทหาร [ คนรบ ] ใด ทหารนั้น ชื่อว่ามีดาบในมือ.
ฉตฺตํ ปาณิมฺหิ ยสฺส โส ฉตฺตปาณี ปุริโส.ร่ม [ มี ] ในมือ ของบุรุษใด บุรุษนั้น ชื่อว่ามีร่มในมือ.
มณิ กณฺเณ ยสฺส โส มณิกณฺโณ.นาคราชา แก้ว [ มี ] ที่คอ ของนาคราชใด นาคราชนั้น ชื่อว่ามีแก้วที่คอ.

วิเคราะห์ที่แสดงมานี้ เป็นแต่รูปเอกวจนะอย่างเดียว ถ้าประสงค์ความเป็นพหุวจนะ จะแสดงเป็นรูปพหุวจนะก็ได้ อุ. อย่างนี้

กตํ กุสลํ เยหิ เต กตกุสลา ชนา.กุศล ท. ใด ทำแล้ว ชน ท. นั้น ชื่อว่ามีกุศลอันทำแล้ว.
อาวุธา หตฺเถสุ เยสํ เต อาวุธหตฺถา โยธา.อาวุธ ท. [มี] ในมือ ท. ของทหาร ท. ใด ทหาร ท. นั้น ชื่อว่ามีอาวุธในมือ.
หมายเหตุ

พหุพพิหินี้ ถ้าจะสังเกตแต่ง่ายๆ ว่า สมาสนี้แปลว่า “มี” ดูเป็นที่กำหนดง่ายกว่าทุกสมาส ถึงอย่างนั้น ถ้าสังเกตให้ละเอียดลงไปว่าเป็นพหุพพิหิอะไร ก็กลับเป็นที่กำหนดได้ยากกว่าทุกสมาส เพราะแปลว่า “มีๆ” เหมือนกันไปหมด ผู้ศึกษาเมื่อได้ยินชื่อสมาสที่แปลว่า “มี” ทราบว่าเป็นพหุพพิหิแล้ว ประสงค์จะทราบให้ละเอียดลงไปว่าเป็นพหุพพิหิอะไร จงแยกอนุบทแห่งสมาสนั้นออกแล้วลองตั้งเป็นวิเคราะห์ ตามแบบที่แสดงไว้แล้ว ตั้งแต่ทุติยาพหุพพิหิเป็นต้นไป เมื่อตั้งเป็นวิเคราะห์แห่งสมาสใดแล้ว ถ้าไม่ได้เนื้อความชัด จงรู้ว่ามิใช้สมาสนั้น ถ้าได้เนื้อความชัด จงรู้ว่าเป็นสมาสนั้น อันนี้เป็นวิธีสำหรับกำหนดของผู้แรกศึกษา.


พหุพพิหิมีสมาสอื่นเป็นท้อง [สมาสท้อง]

พหุพพิหิที่แสดงมานี้เป็นแต่ชั้นเดียว พหุพพิหิบางอย่างมีสมาสอื่นเป็นท้อง อุ. อย่างนี้

  • ธมฺโม เอว จกฺกํ ธมฺมจกฺกํ. จักรคือธรรม กัม. อว.
  • ปวรํ ธมฺม- จกฺกํ ปวรธมฺมจกฺกํ. ธรรมจักรบวร กัม. วิ.
  • ปวตฺติตํ ปวรธมฺมจกฺกํ เยน โส ปวตฺติตปฺปวรธมฺมจกฺโก ภควา. ธรรมจักรบวร อันพระผู้มีพระภาคใด ให้เป็นไปแล้ว พระผู้มีพระภาคนั้น ชื่อว่ามีธรรมจักร บวรอันให้เป็นไปแล้ว.

สมาสนี้เรียกว่า ตติยาตุลยาธิกรณพหุพพิหิ มี กัมมธารยะ เป็นท้อง.

  • คนฺโธ จ มาลา จ คนฺธมาลา. ของหอมด้วย ระเบียบด้วย ชื่อว่าของหอมและระเบียบ ท. อ. ทวัน.
  • ตา อาทโย เยสํ ตานิ คนฺธมาลาทีนิ วตฺถูนิ. มัน ท. [ตา คนฺธมาลา ของหอมและระเบียบ ท. นั้น ] เป็นต้น ของวัตถุ ท. ใด วัตถุ ท. นั้น ชื่อว่ามีของหอมและระเบียบเป็นต้น.

สมาสนี้เรียกว่า ฉัฏฐีตุลยาธิกรณพหุพพิหิ มี ทวันทวสมาส เป็นท้อง

  • คนฺธมาลาทีนิ หตฺเถสุ เยสํ เต คนฺธมาลาทิหตฺถา มนุสฺสา [ วัตถุ ท. ] มีของหอมและระเบียบเป็นต้น [ มี ] ในมือ ท. ของมนุษย์ ท. ใด มนุษย์ ท. นั้น ชื่อว่ามีวัตถุมีของหอมและระเบียบเป็นต้นในมือ.

สมาสนี้เรียกว่า ฉัฏฐีภินนาธิกรณพหุพพิหิ มีทวันทว. พหุพพิหิ. เป็นท้อง.


หมายเหตุ

วิธีแบ่งสมาสที่แสดงมานี้ ตามความชอบใจของข้าพเจ้า ถูกกับคัมภีร์ศัพทศาสตร์บ้างก็มี ผิดกันบ้างก็มี เพราะสอบในคัมภีร์ศัพทศาสตร์หลายฉบับ ก็เห็นท่านแบ่งต่างๆ กัน หาตรงเป็นแบบเดียว กันไม่ขาดสิ่งนี้ได้สิ่งโน้น หรือในที่นี้ว่าอย่างนี้ ในที่นั้นว่าอย่างนั้น เป็นอยู่อย่างนี้โดยมาก เหมือนหนึ่งศัพท์ คือ สงฺขปณฺฑรํ [ ขีรํ น้ำนม ] ขาวเพียงดังสั่ง ที่ข้าพเจ้าจัดเป็นอุปมาบุพพบท กัมมธารยะนั้น ตามมติของอาจารย์ผู้แต่งคัมภีร์พาลปโพธิและสัตถสารัตถชาลินี ศัพท์ คือ กากสูโร คนกล้าเพียงดังกา แม้ถึงท่านจะไม่ได้ยกขึ้น แสดงในคัมภีร์ทั้ง ๒ นั้นว่า เป็นอุปมาบุพพบท กัมมธารยะ ก็มีรูปความเหมือนศัพท์ คือ สงฺขปณฺฑรํ ข้าพเจ้าจึงจัดไว้เป็นพวกเดียวกัน.

ส่วนในฎีกาแห่งสัตถสารัตถชาลินี กล่าวว่าศัพท์ คือ กากสูโร คน กล้าเพียงดังกา สีหสูโร คนกล้าเพียงดังสีหะ ๒ ศัพท์นี้ เป็นปฐมาพหุพพิหิ ในจุลสัททนีติก็กล่าวเหมือนฎีกาแห่งสัตถสารัตถชาลินี ยกเอาศัพท์ทั้ง ๒ คือ สงฺขปณฺฑรํ และ กากสูโร เป็นอุทาหรณ์ และกล่าวให้วิเศษต่อไปว่า อธิบายอย่างอื่นยังมีอีก คือกากโต สูโร กากสูโร คนกล้ากว่ากา ในอรรถนี้เป็นปัญจมีตัปปุริสะ ศัพท์ที่ยก ขึ้นแสดง เป็นอุทาหรณ์เหล่านี้ มีรูปความเป็นอย่างเดียวกัน จะเป็น สมาสอะไรก็ต้องเป็นด้วยกัน แต่ท่านแสดงต่าง ๆ กันไปอย่างนี้ ข้าพเจ้า เองก็ยังแสวงหาเหตุอยู่ว่า ศัพท์เหล่านี้ เป็นปฐมาพหุพพิหิด้วยเหตุไร หรือจะประสงค์ว่า บรรดาศัพท์ที่มีบทอื่นเป็นประธานแล้ว เป็นพหุพพิหิสิ้น ตามสูตรว่า อญฺญปทตฺเถสุ พหุพพิหิ.

พหุพพิหิ ในอรรถแห่ง บทอื่นทั้งหลาย ถ้าถือมั่นตามแบบนี้แล้ว กัมมธารยะ บางอย่าง มี สีตสมฏฺฐํ [ ฐานํ ที่ ] ทั้งเย็นทั้งเกลี้ยง, กุสลสงฺขาตํ กมฺมํ กรรม [ อันบัณฑิต ] นับพร้อมว่ากุศล เป็นต้น และตัปปุริสะบางอย่าง มี อรญฺญคโต ชนไปแล้วสู่ป่า, สลฺลวิทฺโธ สัตว์อันศรแทงแล้ว เป็นต้น จะมิต้องกลายเป็นพหฺพพิหิด้วยหรือ ? อีกอย่างหนึ่ง ในพาลปโพธิและสัตถสารัตถชาลินี จัดไว้แต่อุปมาบุพพบทกัมมธารยะ ไม่มีอุปมานุตตรบท.

ในสัททนีติ ยกเอา อุปมาบุพพบท เป็น พหุพพิหิเสีย แสดงแต่ อุปมานุตตรบท ข้าพเจ้า เห็นควรจะมีทั้ง ๒ อย่าง จึงนำมารวมไว้เป็นหมวดเดียวกัน เรียกว่า วิเสสโนปมบท.

อีกประการหนึ่ง ในคัมภีร์ทั้งหลายกล่าวว่า ทิคุสมาสมีบทหน้าเป็นประธาน ถ้าเช่นนั้น จะต้องแปลตรงๆ ตามภาษาของเราว่า “ทฺวิป ๒ บท , จตุทฺทิสา ๔ ทิศ ท.”

แต่ในฎีกาสัตถสารัตถชาลินี ชักเอาคำของอาจารย์อื่นมาแสดงไว้ว่า “ทิคุสมาส มีอรรถแห่งบทหน้าเป็นประธานอย่างไร. วตฺถุตฺตยํ [ แปลตามนัยนี้ว่าวัตถุ ๓ ] ทิคุ มีอรรถแห่งบทหลังเป็นประธานอย่างไร. ติโลกํ โลก ๓ ที่แปลไว้ข้างต้นนั้น ดูเหมือนเอาบทหลังเป็นประธานตามแบบที่เคยเล่าเรียน ถึงอัพยยีภาวสมาส ก็เหมือนกัน ในคำภีร์ทั้งหลายว่า มีอรรถแห่ง บทหน้าเป็นประธาน ในฏีกาสัตถสารัตถชาลินี ที่ชักเอาคำอาจารย์ อื่นมาแสดงไว้นั้นว่า มีทั้ง ๒ อย่างเหมือนทิคุสมาส.


สหบุพพบทพหุพพิหิ

สมาสที่ใช้มากในหนังสือทั้งปวงอีกอย่างหนึ่ง คือ

ตัวอย่างคำแปล
สห ปุตฺเตน โย วตฺตตี ติ สปุตฺโต ปิตา.ชนใด ย่อมเป็นไป กับด้วยบุตร เหตุนั้น [ โส ชโน ชนนั้น ] ชื่อว่าเป็นไปกับด้วยบุตร [ คือ ] บิดา.
สห รญฺญา ยา วตฺตตี-ตี สราชิกา ปริสา.บริษัทใด ย่อมเป็นไป กับ ด้วยพระราชา เหตุนั้น [ สา ปริสา บริษัทนั้น ] ชื่อว่าเป็นไปกับ ด้วยพระราชา.
สห มจฺเฉเรน ยํ วตฺตตี-ติ สมจฺเฉรํ จิตฺตํ.จิตใด ย่อมเป็นไป กับด้วยความตระหนี่ เหตุนั้น [ ตํ จิตฺตํ จิตนั้น ] ชื่อว่าเป็นไป กับด้วยความตระหนี่.
หมายเหตุ

ในคัมภีร์ทั้งหลาย ท่านกล่าวว่าเป็น สหบุพพบท พหุพพิหิสมาส ในหนังสือสันสกฤตที่นักปราชญ์บอกสัมพันธ์ไว้ ถ้าเป็นปุํลิงค์หรือ อิตถีลิงค์ เป็นคุณของบทอื่น ว่าเป็น พหุพพิหิ ถ้าเป็นนปุํสกลิงค์ กิริยาวิเสสนะ ว่าเป็น อัพยยีภาวะ ข้าพเจ้าพิจารณาตามรูปความ แล้ว เห็นคล้ายอัพยยีถาวะ แปลกแต่ไม่เป็น นปุํสกลิงค์ เอกวจนะ เหมือนอัพยยีภาวะเท่านั้น ถ้าว่าจะนิยมว่า อัพยยีภาวะ มีศัพท์ที่ เรียกว่า อัพยยะ คือ อุปสัคและนิบาตอยู่ข้างหน้าและมีอรรถแห่งบท หน้าเป็นประธานโดยมาก สมาสนี้ก็จะพลอยชื่อว่า อัพยยีภาวะได้บ้าง ถ้านิยมลงเป็นอย่างเดียวว่า อัพยยีภาวะ ต้องมีอัพยยศัพท์อยู่ข้างหน้า ข้างหลังต้องเป็น นปุํสกลิงค์ เอกวจนะ และสมาสที่มีบทอื่นเป็น ประธาน ต้องเป็นพหุพพิหิ, สมาสนี้ก็จำต้องเป็นพหุพพิหิ.

ข้าพเจ้ามีความสนเท่ห์อยู่อย่างนี้ จึงไม่สามารถที่จะจัดไว้ในสมาสไหนได้ ในคัมภีร์ทั้งหลาย ท่านแบ่งสมาสต่างๆ กัน ตามมติของท่าน หาตรงกัน เป็นแบบเดียวไม่ ที่ข้าพเจ้านำมากล่าวนี้ ยังไม่สิ้นเชิง เป็นแต่ส่วน ที่มีในหนังสือนี้ เหตุนั้น ข้าพเจ้าจะถือเอาฉบับไหนเป็นประมาณให้ สิ้นเชิงทีเดียว ก็ไม่ได้ ต้องเลือกเอาที่นั้นบ้างที่นี้บ้างมารวบรวมไว้ ในที่นี้ พอเป็นเครื่องประดับปัญญาของผู้ศึกษา.

สมาสที่มีบทอื่นเป็นประธาน คือ กัมมธารยะบางอย่าง และ ตัปปุริสะบางอย่าง พหุพพิหิทั้งสิ้น มีวิธีแจกด้วยภัตตินาม ตามการันต์ของตน ตามลิงค์ของบทที่เป็นประธาน อย่างนี้เป็นตัวอย่าง.

กัมมธารยะ

  • สีตสมฏฺโฐ ปเทโส. ประเทศ ทั้งเย็นทั้งเกลี้ยง
  • สีตสมฏฺฐา ภูมิ. แผ่นดิน ทั้งเย็นทั้งเกลี้ยง
  • สีตสมฏฺฐํ ฐานํ. ที่ ทั้งเย็นทั้งเกลี้ยง

ตัปปุริสะ

  • คามคโต ปุริโส. บุรุษ ไปแล้วสู่บ้าน
  • คามคตา อิตฺถี. หญิง ไปแล้วสู่บ้าน
  • คามคตํ กุลํ. ตระกูล ไปแล้วสู่บ้าน

พหุพพิหิ

  • รุฬฺหลโต รุกฺโข. ต้นไม้ มีเครือวัลย์ขึ้นแล้ว
  • รุฬฺหลตา สาลา. ศาลา มีเครือวัลย์ขึ้นแล้ว
  • รุฬฺหลตํ ฆรํ. เรือน มีเครือวัลย์ขึ้นแล้ว

คำถามชื่อสมาส

คำถามชื่อสมาสให้ผู้ศึกษาตอบ

๑.มหานาโคนาคใหญ่๒๖.นิกฺกิเลโสมีกิเลสออกแล้ว
๒.ติทณฺฑํไม้ ๓ อัน๒.ทีฆชงฺฆาแข้งยาว
๓.อรญฺญคโตไปแล้วสู่ป่า๒๘.ทีฆชงฺโฆมีแข้งยาว
๔.ทาสีทาสํทาสีและทาส๒๙.อนฺธวธิโรบุรุษทั้งบอดทั้งหนวก
๕.ติโรปาการํภายนอกแห่งกำแพง๓๐.อนฺธวธิราคนบอดและคนหนวก ท.
๖.กณฺหเนตฺโตมีตาดำ๓๑.ขตฺติยมาโนมานะว่าเราเป็นกษัตริย์
๗.ฐิตเปโตมีความรักตั้งอยู่๓๒.ขตฺติยมาโนมานะแห่งกษัตริย์
๘.อุปวนํที่ใกล้เคียงแห่งป่า๓๓.สูรสีโหกล้าเพียงดังสีหะ
๙.นรนาริโยนระและนารี ท.๓๔.สูรสีโหสีหะกล้า
๑๐.สงฺฆทานํทานเพื่อสงฆ์๓๕.สารีปุตุตฺเถโรพระสารีบุตรผู้เถระ
๑๑.ปญฺจจินฺทฺริยานิอินทรีย์ ๕ ท.๓๖.สารีปุตฺตตฺเถโรพระเถระชื่อว่าสารีบุตร
๑๒.ปุริสุตฺตโมบุรุษสูงสุด๓๗.อผาสุกํทุกข์ไม่ใช่ความสำราญ
๑๓.ปญฺญาธานํทรัพย์คือปัญญา๓๘.อผาสุกํมีความสำราญหามิได้
๑๔.กตกุสโลมีกุศลอันทำแล้ว๓๙.สูกรเปโตเปรตเพียงดังสุกร
๑๕.วนรุกฺโขต้นไม้ในป่า๔๐.สูกรเปโตเปรตมีศรีษะเพียงดังศรีษะแห่งสุกร
๑๖.ปาปรหิโตเว้นแล้วจากบาป๔๑.ปุริสสทฺโทเสียงแห่งบุรุษ
๑๗.ปุญฺญสมฺมตํสมมติว่าบุญ๔๒.ปุริสสทฺโทศัพท์คือปุริสะ
๑๘.ทินฺนยโสมียศอันท่านให้แล้ว๔๓.สทฺทสญฺญาความสำคัญในเสียง
๑๙.มหิฬามุโขมีหน้าเพียงดังหน้าแห่งช้างพัง๔๔.สทฺทสญฺญาความสำคัญว่าเสียง
๒๐.คหฏฺฐปพฺพชิตาคฤหัสถ์และบรรพชิต๔๕.ญาณชาลํญาณเพียงดังข่าย
๒๑.พุทฺธสีโฆพระพุทธเจ้าเพียงดังสีหะ๔๖.ญาณชาลํข่ายคือญาณ
๒๒.คมิกภตฺตํภัตรเพื่อผู้ไป๔๗.นิทฺทรถํความไม่มีแห่งความกระวนกระวาย
๒๓.อนฺโตเคหํภายในแห่งเรือน๔๘.นิทฺทรโถมีความกระวนกระวายหามิได้
๒๔.ธญฺญราสิกองแห่งข้าวเปลือง๔๙.เทวราชาเทวดาผู้พระราชา
๒๕.นิโคฺรธปริมณฺฑโลมีปริมณฑลเพียงดังปริมณฑล แห่งต้นนิโครธ๕๐.เทวราชาพระราชาแห่งเทวดา

— จบสมาสแต่เท่านี้