Skip to content

อัพยยศัพท์

[๙๑] ยังมีศัพท์อีกจำพวกหนึ่ง จะแจกด้วยวิภัตติทั้ง ๗ แปลงรูป ไปต่างๆ เหมือนนามทั้ง ๓ ไม่ได้ คงรูปอยู่เป็นอย่างเดียว ศัพท์ เหล่านี้เรียกว่า อัพยยศัพท์ ๆ นี้ เป็นอุปสัคบ้าง นิบาตบ้าง ปัจจัย บ้าง.


อุปสัค

อุปสัคนั้น สำหรับใช้นำหน้านามและกิริยาให้วิเศษขึ้น เมื่อนำหน้านาม มีอาการคล้ายคุณศัพท์ เมื่อนำหน้ากิริยา มีอาการคล้ายกิริยาวิเสสนะ.

คำแปลอุทาหรณ์
อติยิ่ง, เกิน, ล่วงอติสุนฺทโร ดี ยิ่ง อติกฺกมติ ย่อมก้าวล่วง,เกิน
อธิยิ่ง, ใหญ่, ทับอธิสกฺกาโร สักการะยิ่ง อธิปติ นายใหญ่ อธิเสติ นอนทับ
อนุน้อย, ภายหลัง, ตามอนุนายโก นายกน้อย อนุโช ผู้เกิดในภายหลัง [น้อง] อนุคจฺฉติ ไปตาม
อปปราศ, หลีกอปเนติ นำปราศ อปคจฺฉติ หลีกไป
อปิ, ปิหรือ, ใกล้, บนอปิกจฺโฉ ใกล้รักแร้ อปิกณฺโณ ใกล้หู อปิธานํ เครื่องวาง ข้างบน [ฝาปิด] ปิทหติ วางข้างบน [ปิด]
อภิยิ่ง, ใหญ่, จำเพาะ, ข้างหน้าอภิปฺปสนฺโน เลื่อมใสยิ่ง อภิภู ผู้เป็นใหญ่ อภิชฺฌา ความ เพ่งเฉพาะ [โลภ] อภิกฺกโม ความก้าวไปข้างหน้า
อว, โอหรือ, ลงอวํสิโร มีหัวลง โอตรติ หยั่งลง
อาทั่ว, ยิ่ง, กลับความอาปูรติ เต็มทั่ว อาภาติ สว่างยิ่ง คจฺฉติ ไป อาคจฺฉติ มา เนติ นำไป อาเนติ นำมา
อุขึ้น, นอกอุคฺคจฺฉติ ขึ้นไป อุปฺปโถ นอกทาง
อุปเข้าไป, ใกล้, มั่นอุปจินาติ เข้าไปสั่งสม อุปคจฺฉติ ไปใกล้ อุปาทิยติ ถือมั่น
ทุชั่ว, ยากทุคฺคนฺโธ กลิ่นชั่ว ทุกฺกรํ ทำยาก
นิเข้า, ลง, ไม่มี, ออกนิคจฺฉติ เข้าถึง นิกฺชฺฌติ งอเข้า นิขนติ ขุดลง นิทหติ ตั้งลง ฝัง
นิไม่มี, ออกนิรนฺตรโย ไม่มีอันตราย นิกฺกฑฺฒติ ฉุดออก
ทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน, ออกปชานาติ รู้ทั่ว ปาเชติ ไปข้างหน้า ขับไป ปภวติ เกิดมีก่อน ปคฺฆรติ ไหลออก
ปฏิเฉพาะ, ตอบ, ทวน, กลับปติฏฺฐาติ ตั้งจำเพาะ ปฏิวจนํ คำตอบ ปฏิโสตํ ทวนกระแส ปจฺจาคจฺฉติ กลับมา
ปรากลับความชโย ความชนะ ปราชโย ความแพ้ ภโว ความเจริญ ปราภโว ความฉิบหาย
ปริรอบปริญฺญา ความรอบรู้ ปริพฺภมติ หมุนรอบ
วิวิเศษ, แจ้ง, ต่างวิชานิติ รู้ แจ้ง วิวิโธ มีอย่างต่างๆ วิเศษ
สํพร้อม, กับ, ดีสญฺจรติ เที่ยวไป พร้อม สญฺฉวี มีผิวดี
สุดี, งาม, ง่ายสุนกฺขตฺตํ ฤกษ์ดี สุเนตฺโต คนมีตางาม สุกรํ ทำง่าย

ในสัททนีติว่า กมฺ ปทวิกฺเขเป คือ ภมฺ ธาตุ ในอรรถว่า ก้าวไป, ย่างไป เมื่อมี นิ นำหน้า สำเร็จรูปเป็น นิกฺกมติ, นิกฺขมติ.

ในอุปสัคเหล่านี้ บางตัวนำหน้ากิริยาแล้ว ก็ชักให้กิริยามีเนื้อความต่างไปจากความเดิม เหมือนคำว่า สํวรติ ปิด มี วิ นำหน้า เป็น วิวาติ มีเนื้อความวิปริตจากเดิม ประสงค์เอาความว่า “ปิด” ขมติ ย่อมอดทน มี นิ นำหน้า เป็น นิกฺขมติ ประสงค์ความว่า “ย่อมออก” เป็นต้น.


นิบาต

[๙๒] นิบาต นั้น สำหรับลงในระหว่างนามศัพท์บ้าง กิริยาศัพท์บ้าง บอกอาลปนะ กาล ที่ ปริเฉท อุปไมย ปฏิเสธ ความได้ยินเล่าลือ ความปริกัป ความถาม ความรับ ความเตือน เป็นต้น ข้าพเจ้าจัดรวมไว้เป็นพวก ๆ พอเป็นที่สังเกต.

นิบาตบอกอาลปนะ

อคฺเฆ, ยคฺเฆ - สรวมชีพ,ขอเดชะภนฺเต, ภทนฺเต - ข้าแต่ท่านผู้เจริญภเณ - แนะพนาย
อมฺโภ - แน่ะผู้เจริญอาวุโส - แน่ะท่านผู้มีอายุเร, อเร - เว้ย, โว้ย
เห - เฮ้ยเช - แนะแม่, แนะสาวใช้

— อคฺเฆ เป็นคำสำหรับร้องเรียก ให้คนสูงกว่าตนตั้งใจฟังคำที่ผู้พูดประสงค์จะว่า ไม่มีคำแปลในภาษาของเราให้ตรงกันได้ และคำเช่นนี้ ก็ไม่ใคร่มีใช้นักในภาษาของเรา เห็นมีอยู่แต่คำทูลพระเจ้าแผ่นดินว่า “สรวมชีพ” หรือ “ขอเดชะ” ซึ่งเป็นคำพูดเพื่อจะให้พระจ้าแผ่นดิน ตั้งพระราชหฤทัยฟังคำที่จะพูดต่อไป.

— คำว่า “ยคฺเฆ” มีอธิบายอย่างนั้น แต่จะว่าตรงกันแท้ไม่ได้ เพราะคำว่า “สรวมชีพ” และ “ขอเดชะ” ใช้ได้แต่ทูลพระเจ้าแผ่นดิน ใช้ทูล เจ้านายหรือกราบเรียนท่านเสาบดีอื่นไม่ได้ แต่คำว่า “ยคฺเฆ” บ่าย ใช้พูดกับนายก็ได้ อุ. “ยคฺเฆ เทว ชาเนยฺยาสิ. ขอเดชะ ข้าแต่เทวดา พระองค์ พึงทรงทราบ.”

— ภนฺเต, ภทนฺเต ๒ นี้ เป็นคำสำหรับคฤหัสถ์เรียกบรรพชิต ด้วยเคารพ หรือ บรรพชิตผู้อ่อนพรรษากว่า เรียกบรรพชิตผู้แก่กว่า อุ.

  • “กตฺมํ ปน ภนฺเต คนฺถธุรํ ? ภันเต ก็ คันถธุระ เป็นไฉน ?
  • ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต [วจนํ] ปจฺจสฺโสสุํ. ภิกษุ ท. เหล่านั้น ฟังตอบแล้ว [ซึ่งคำ] แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ภทันเต ดังนี้”

ในภาษาของเราท่านบัญญัติให้แปลว่า “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ.

— ภเณ เป็นคำสำหรับคนสูงกว่า พูดกับคนผู้ที่อยู่ในบังคับตน เช่น พระเจ้าแผ่นดิน รับสั่งแก่ข้าราชการ

  • อุ. “ทุกฺกรํ ภเณ พฺราหฺมเณน กตํ. ภเณ กรรมอันบุคคล ทำได้ยาก อันพราหมณ์ ทำแล้ว”

ในภาษาของเราท่านบัญญัติให้แปลว่า “พนาย.”

— อมฺโภ เป็นคำสำหรับเรียกชายด้วยวาจาอันอ่อนหวานในภาษาของเรา ท่านบัญญัติให้แปลว่า “แน่ะผู้เจริญ.”

  • อุ. “อมฺโภ กุมารา เอส สาลิกโปตโก, ตํ คณฺหถ. แน่ะกุมาร ท. ผู้เจริญ นั่น ลูกนกสาลิกา [เจ้า ท.] จงจับเอาซึ่งมัน.”

— อาวุโส เป็นคำสำหรับบรรพชิตที่มีพรรษามากกว่า เรียกบรรพชิตที่มีพรรษาน้อยกว่า และสำหรับบรรพชิตเรียกคฤหัสถ์.

  • อุ. “มา อุวุโส เอวํ อวจ. อาวุโส [ท่าน] อย่า ได้กล่าวแล้ว อย่างนั้น”

ในภาษาของเราท่านบัญญัติให้แปลว่า “แน่ะท่านผู้มีอายุ.”

— เร, อเร ๒ นี้ เป็นคำสำหรับร้องเรียกคนเลวทราม ตรงกับภาษาของเรา ว่า “เว้ย, โว้ย”

  • อุ. “อเร ขุชฺเช, แน่ะหญิงค่อม เว้ย. ติฏฺฐ เร. จงหยุด โว้ย.”

— เห เป็นคำสำหรับร้องเรียกคนเลว ตรงกับภาษาของเราว่า “เฮ้ย”

  • อุ. “เห มลฺลิกา กสฺมา เอวรูปมกาสิ. เฮ้ย แน่ะนางมัลลิกา เหตุไร [เจ้า] ได้ทำแล้ว ซึ่งกรรมมีอย่างนี้เป็นรูป.”

— เช เป็นคำสำหรับนายเรียกหญิงสาวใช้

  • อุ. “หนฺท เช อิมํ ภณฺฑํ คณฺหาหิ. เอาเถิด แม่ [เจ้า] จงถือ ซึ่งภัณฑะ สิ่งนี้.”

คำว่า “แม่” นั้น ไม่ตรงกับ เช ทีเดียว เป็นแต่ยืมมาใช้ เพราะคำว่า “แม่” ใช้ได้ทั่วไปมาก เป็นต้นว่า มารดาบิดาเรียกธิดา บุตรธิดาเรียกมารดา นายเรียกสาวใช้เป็นคำอ่อนหวาน.

นิบาตบอกกาล

อถ - ครั้งนั้นหิยฺโย - วันวานปาโต - เช้า
เสฺว - วันพรุ่งทิวา - วันสมฺปติ - บัดเดี๋ยวนี้
สายํ - เย็นอายตึ - ต่อไปสุเว - ในวัน
อุทฺธํ - เบื้องบนอโธ - เบื้องต่ำอุปริ - เบื้องบน
เหฏฺฐา - ภายใต้อนฺตรา - ระหว่างโอรํ - ฝั่งใน
อนฺโต - ภายในปารํ - ฝั่งนอกติโร - ภายนอก
หุรํ - โลกอื่นพหิ - ภายนอกสมฺมุขา - ต่อหน้า
พหิทฺธา - ภายนอกปรมฺมุขา - ลับหลังพาหิรา - ภายนอก
รโห - ที่ลับ

นิบาตบอกปริจเฉท

กีว - เพียงไรยาวตา - มีประมาณเพียงใดยาว - เพียงใด
ตาวตา - มีประมาณเพียงนั้นตาว - เพียงนั้นกิตฺตาวตา - มีประมาณเท่าใด
ยาวเทว - เพียงใดนั่นเทียวเอตฺตาวตก - มีประมาณเท่านั้นตาวเทว - เพียงนั้นนั่นเทียว
สมนฺตา - รอบคอบ

นิบาตบอกอุปมาอุปไมย

วิย - ราวกะเสยฺยถา - ฉันใดอิว - เพียงดัง
ตถา - ฉันนั้นยถา - ฉันใดเอวํ - ฉันนั้น
เอวํ - ด้วยประการนั้นกถํ - ด้วยประการไรน - ไม่
โน - ไม่วินา - เว้นเอว - นั่นเทียว
มา - อย่าอลํ - พอว - เทียว

นิบาตบอกความได้ยินคำเล่าลือ

กิร - ได้ยินว่าสุทํ - ได้ยินว่า

นิบาตบอกปริกัป

เจ - หากว่าอถ - ถ้าว่ายทิ - ผิว่า
อปฺเปว นาม - ชื่อแม้ไฉนสเจ - ถ้าว่ายนฺนูน - กระโรหนอ

นิบาตบอกความถาม

กึ - หรือ, อะไรนนุ - มิใช่หรือกถํ - อย่างไร
อุทาหุ - หรือว่ากจฺจิ - และหรืออาทู - หรือว่า
นุ - หนอเสยฺยถีทํ - อย่างไรนี้

นิบาตบอกความรับ

อาม - เอออามนฺตา - เออ

นิบาตบอกความเตือน

อิงฺฆ - เชิญเถิดหนฺท - เอาเถิดตคฺฆ - เอาเถิด

นิบาตสำหรับผูกศัพท์และประโยคมีอัตถะเป็นอเนก

จ - ด้วย, อนึ่ง, ก็, จริงอยู่ปน - ส่วนว่า, ก็วา - หรือ, บ้าง
อปิ - แม้, บ้างหิ - ก็, จริงอยู่, เพราะว่าอปิจ - เออก็
ตุ - ส่วนว่า, ก็อถวา - อีกอย่างหนึ่ง

นิบาตสักว่าเป็นเครื่องทำบทให้เต็ม

นุ - หนอโข - แลสุ - สิวต - หนอ
เว - เว้ยหเว - เว้ยโว - โว้ย

นิบาตมีเนื้อความต่าง ๆ

อญฺญทตฺถุ - โดยแท้อาวี - แจ้งอโถ - อนึ่ง
อุจฺจํ - สูงอทฺธา - แน่แท้อิติ - เพราะเหตุนั้น, ว่าดังนี้, ด้วยประการนี้, ชื่อ
อโห - โอกิญฺจาปิ - แม้น้อยหนึ่งอารา - ไกล
กฺวจิ - บ้างนีจํ - ต่ำมิจฺฉา - ผิด
นูน - แน่มุธา - เปล่านานา - ต่าง ๆ
มุสา - เท็จปจฺฉา - ภายหลังสกึ - คราวเดียว
ปฏฺฐาย - ตั้งก่อนสตกฺขตฺตุํ - ร้อยคราวปภูติ - จำเดิม
สทฺธึ - พร้อม, กับปุน - อีกสณิกํ - ค่อย ๆ
ปุนปฺปุนํ - บ่อย ๆสยํ - เองภิยฺโย - ยิ่ง
สห - กับภิยฺโยโส - โดยยิ่งสามํ - เอง

ปัจจัย

[๙๓] ปัจจัยนั้น ลงท้ายนามศัพท์เป็นเครื่องหมายวิภัตติบ้าง ลงท้ายธาตุเป็นเครื่องหมายกิริยาบ้าง อย่างนี้

โต

โต ปัจจัย เป็นเครื่องหมายตติยาวิภัตติ แปลว่า “ข้าง” เป็นเครื่องหมายปัญจมีวิภัตติ แปลว่า “แต่” เป็นต้น ดังนี้

สพฺพโต - แต่-ทั้งปวงปุรโต - ข้างหน้าอญฺญโต - แต่-อื่น
ปจฺฉโต - ข้างหลังอญฺญตรโต - แต่-อันใดอันหนึ่งทกฺขิณโต - ข้างขวา
อิตรโต - แต่-นอกนี้วามโต - ข้างซ้ายเอกโต - ข้างเดียว
อุตฺตรโต - ข้างเหนืออุภโต - สองข้างอธรโต - ข้างล่าง
ปรโต - ข้างอื่นยโต - แต่-ใดตโต - แต่-นั้น
อมุโต - แต่-โน้นเอโต, อโต - แต่-นั่นกตรโต - แต่-อะไร
อิโต - แต่-นี้กุโต - แต่-ไหนอปรโต - ข้างอื่นอีก

ตฺร ตฺถ ห ธ ธิ หึ หํ หิญฺจนํ ว

ปัจจัยทั้งหลาย คือ ตฺร ตฺถ ห ธ ธิ หึ หํ หิญฺจนํ ว เป็นเครื่องหมายสตฺตมีวิภัตติ แปลตามสตฺตมี ดังนี้

สพฺพตฺร - ใน-ทั้งปวงอตฺถ - ใน-นี้สพฺพตฺถ - ใน-ทั้งปวง
เอกตฺร - ใน-เดียวสพฺพธิ - ใน-ทั้งปวงเอกตฺถ - ใน-เดียว
อญฺญตฺร - ใน-อื่นอุภยตฺร - ใน-สองอญฺญตฺถ - ใน-อื่น
อุภยตฺถ - ใน-สองยตฺร - ใน-ใดเอตฺถ - ใน-นี้
ยตฺถ - ใน-ใดอิธ - ใน-นี้ยหึ - ใน-ใด
อิห - ใน-นี้ยหํ - ใน-นี้กุตฺร - ใน-ไหน
ตตฺร - ใน-นั้นกตฺถ - ใน-ไหนตตฺถ - ใน-นั้น
กุหึ - ใน-ไหนตหึ - ใน-นั้นกุหํ - ใน-ไหน
ตหํ - ใน-นั้นกุหิญฺจนํ - ใน-ไหนอตฺร - ใน-นี้
กฺว - ใน-ไหน

ทา ทานิ รหิ ธุนา ทาจนํ ชฺช ชฺชุ

ปัจจัยทั้งหลาย คือ ทา ทานิ รหิ ธุนา ทาจนํ ชฺช ชฺชุ เป็น เครื่องหมายสตฺตมีวิภัตติ ลงในกาล ดังนี้

สพฺพทา - ในกาลทั้งปวงเอตรหิ - ในกาลนี้, เดี๋ยวนี้สทา - ในกาลทุกเมื่อ
กรหจิ - ในกาลไหน ๆ, บางครั้งเอกทา - ในกาลหนึ่ง, บางทีอธุนา - ในกาลนี้, เมื่อกี้
ยทา - ในกาลใด, เมื่อใดกุทาจนํ - ในกาลไหนตทา - ในกาลนั้น, เมื่อนั้น
อชฺช - ในวันนี้กทา - ในกาลไร, เมื่อไรสชฺชุ - ในวันมีอยู่, วันนี้
กทาจิ - ในกาลไหน, บางคราวปรชฺชุ - ในวันอื่นอิทานิ - ในกาลนี้, เดี๋ยวนี้
อปรชิชุ - ในวันอื่นอีก

ตเว ตุํ ตูน ตฺวา ตฺวาน

ปัจจัยที่เป็นกิริยากิตก์ ๕ ตัว คือ ตเว ตุํ ตูน ตฺวา ตฺวาน กับทั้งปัจจัยที่อาเทศออกจาก ตฺวา เป็น อัพยยะ แจกด้วยวิภัตติไม่ได้ อุ. ดังนี้

กาตเว - เพื่ออันทำกาตุํ - ความทำ, เพื่ออันทำ
กาตูน - ทำแล้วกตฺวา - ทำแล้ว
กตฺวาน - ทำแล้ว

— จบอัพยยศัพท์ แต่เท่านี้.