นิบาตหมวดที่ ๔ - ๕
นิบาตหมวดที่ ๔
(๑๖๕) นิบาตหมวดที่ ๔ ลงในบท
อวธารณัตถนิบาต
๑. นิบาตที่ใช้ห้ามนาม, คุณ, และกิริยาอื่นเสีย เรียกชื่อว่า อวธารณตฺโถ บ้าง อวธาโร บ้าง ตรงต่อนิบาตไทยว่า เท่านั้น; นั่นเทียว, เทียว, แล, เป็นต้น.
นิบาตพวกนี้ใช้ เอว กับ ว เป็นพื้น ใช้ หิ บ้าง ห่าง ๆ อุ.
“ตญฺเญเวตฺถ ปฏิปุจฺฉิสฺสามิ. ติสฺโส ธนุธโร เอว. ปพฺพชิสฺสาเมวาหํ ตาต. อิเธกจฺโจ อสฺสทฺโธ ว สมาโน ‘อโห วต มํ ชโน ‘สทฺโธ’ ติ ชาเนยฺยา” ติ อจฺฉติ. เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพํ.”
อุทาหรณ์ที่ ๑ ห้ามนามอื่นว่า ข้าพเจ้า จักถามท่านแล ไม่ถามคนอื่น. ที่ ๒ ห้ามคุณอื่นว่า นายดิสส์เป็นคน ถือธนูเท่านั้น ไม่ได้เป็นอื่น. ที่ ๓ ห้ามกิริยาอื่นว่า ข้าพเจ้าจักบวช ให้ได้ ไม่เว้นละ.
อเปกขัตถนิบาต
๒. นิบาตเพ่งนามอื่นด้วย เรียกชื่อว่า อเปกฺขตฺโถ. ตรงต่อ นิบาตไทยว่า แม้, ถึง.
นิบาตนี้ใช้ ปิ หรือ อปิ. อุ.
“โย ปน ภิกฺขุ สญฺจิจฺจ มนุสฺสวิคฺคหํ ชีวิตา โวโรเปยฺย—อยมฺปิ ปาราชิโก โหติ อสํวาโส.”
ปิ ศัพท์ในอุทาหรณ์นี้แสดงว่า ใช่จะต้องปาราชิก แต่ ๒ รูปเท่านั้นหามิได้, ถึงรูปนี้ก็ต้องเหมือนกัน.
สัมภาวนัตถ และ ครหัตถนิบาต
๓. นิบาตที่ใช้ชม เรียกชื่อว่า สมฺภาวนตฺโถ, ที่ใช้ติ เรียก ชื่อว่า ครหตฺโถ, ตรงต่อนิบาตไทยว่า แม้, ถึง.
นิบาตนี้ใช้ ปิ หรือ อปิ. อุ.
- (ชม) อยํ ชาติสมฺปนฺโนปิ มานํ น กโรติซ
- (ติ) อยํ ทลิทฺโทปิ ปมาณํ น ชานาติ.
ปทปูรณนิบาต
๔. นิบาตที่ไม่ได้หมายความอะไร เป็นแต่พอให้อักขระใน บาทแห่งคาถาเต็มตามกำหนดก็ดี พอให้คำไพเราะสละสลวยขึ้นก็ดี เรียกชื่อว่า ปทปูรโณ บ้าง วจนาลงฺกาโร บ้าง วจนสิลิฏฺฐโก บ้า ตามอรรถที่กล่าวแล้วโดยลำดับ ตรงต่อนิบาตไทยอย่างหร และ อะไรบ้าง จงดูในวจีวิภาคส่วนอัพยยศัพท์ ที่ว่าด้วยนิบาตสักว่าเป็น เครื่องทำบทให้เต็ม [๙๒] เถิด.
จะแสดงอุทาหรณ์พอเป็นตัวอย่าง ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ. แม้ถึง หิ, จ, ปน ที่ไม่มีความอะไร ก็เรียกว่า ปทปูรณ.
สมวายนิบาต
๕. นิบาตที่ใช้แสดงนามบ้าง กิริยาบ้าง ที่พร้อมกัน เรียกชื่อ ว่า สมวาโย ตรงต่อนิบาตไทยว่า พร้อม.
นิบาตพวกนี้ใช้ ๒ ศัพท์ คือ สทฺธึ, สห;
- เข้ากับนาม เรียกชื่อว่า ทพฺพสมวาโย.
- เข้ากับกิริยา เรียกชื่อว่า กิริยาสมวาโย.
อุ.
“(ทัพพ) เอกํ สมยํ ภควา เวรญฺชายํ วิหรติ นเฬรุปุจิมนฺทมูเล มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ (กิริยา) สหาปิ คคฺเคน สงฺโฆ อุโปสถํ กเรยฺย.”
ปฏิเสธนิบาต
๖. นิบาตที่ใช้ห้าม เรียกชื่อว่า ปฏิเสโธ, นิบาตพวกนี้ใช้ น, โน, มา, เป็นพื้น. อุ.
“น สนฺติ ตาณา. โน เหตํ ภนฺเต. มาสฺสุ พาเลหิ สงฺคญฺฉิ.”
อิติศัพท์
๗. อิติศัพท์ ได้ชื่อต่างตามลักษณะ ดังนี้
| เรียกชื่อว่า | อุ. | ||
|---|---|---|---|
| ก. | ถ้าอมข้อความที่เป็นพากย์ไว้เต็มที่ มีความเกี่ยวเนื่องกับ บทกิริยา | อากาโร. | อิธ วสฺสํ วสิสฺสามิ, อิธ เหมนฺตคิมฺหิสุ. อิติ พาโล วิจินฺเตติ, อนฺตรายํ น พุชฺฌติ. |
| ข. | ถ้ามีความเนื่องด้วยบทนาม | สรุป | มโน ปุพฺพงฺคมา ธมฺมา ฯ เป ฯ จกฺกํว วหโต ปทนฺติ อยํ คาถา กตฺถ ภาสิตา ? |
| ค. | ถ้าอมความย่อไว้ไม่หมด | อาทยตฺโถ. [๑] | ธมฺมํ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ อาทิกลฺยาณนฺติ อยํ เทสนาธมฺโม นาม. |
| ฆ. | ถ้าวางไว้พอเป็นตัวอย่าง | นิทสฺสนํ | อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. อิติ รูปํ, อิติ รูปสฺส สมุทโย, อิติ รูปสฺส อฏิฐงฺคโม. |
| ง. | ถ้าเป็นเหตุ | เหตฺวตฺโถ. | ทุสฺสติ เตนาติ โทโส. |
| จ. | ถ้าเป็นประการะ | ปกาโร. | อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ. อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ. |
| ฉ. | ถ้ามีในที่สุดความ | สมาปนฺโน บ้าง ปริสมาปนฺโน บ้าง. | เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ. |
| ช. | ใช้บอกชื่อก็ได้ | สญฺญาโชตโก. | สินฺธวาติ สินฺธวรฏฺเฐ ชาตา (อสฺสา) ความเท่ากับพากย์ว่า สินฺธวรฏฺเฐ ชาตา (อสฺสา) สินฺธวา นาม. |
[๑] ได้ชื่ออย่างนี้ เพราะชักเอามาไม่หมด ยังมี มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ อีก. อนึ่ง พึงรู้จักอุทาหรณ์ในต้นเรื่องแห่งธัมมปทัฏฐกถาทั้งปวง มี มโนปุพฺพงฺคมาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ เป็นต้น.
นิบาตหมวดที่ ๕
(๑๖๖) นิบาตหมวดที่ ๕ เป็นบท มีชื่อดังนี้
| เรียกชื่อว่า | ||
|---|---|---|
| ๑. | นิบาตบอกอาลปนะทั้งปวง | อาลปนํ. |
| ๒. | นิบาตบอกกาลทั้งปวง | กาลสตฺตมี. |
| ๓. | นิบาตบอกที่ทั้งปวง | อาธาโร. |
| ๔. | นิบาติบอกเขตแดน, ประการเป็นต้น ซึ่งเป็นคุณของกิริยา | กิริยาวิเสสนํ. |